แอพนำทางที่ดีที่สุด

17 พ.ย. 2560 00:00 น.
<html>
<head>
<title></title>
</head>
<body>
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้วยจำนวนรถยนต์ที่มากขึ้นทุกปีทำให้ผู้ขับขี่ส่วนมากมักจะต้องเจอกับปัญหารถติด ปัญหารถติดนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นคือติดนานขึ้น และติดในหลายๆ ถนนมากขึ้นด้วยเช่นกัน วิธีการหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เผชิญกับปัญหารถติดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเลือกเดินทางในช่วงเวลาที่รถไม่ติด (เช้ามืด เวลาดึก) หรือจะเป็นการหลีกเลี่ยงถนนเส้นที่มักจะมีปัญหารถติดเป็นประจำ ตัวช่วยในการช่วยแก้ปัญหาการเผชิญกับรถติดอย่างหนึ่งก็คือการใช้เทคโนโลยีที่อยู่บนสมาร์ทโฟนนั่นเอง โดยตัวช่วยดังกล่าวก็คือแอพพลิเคชั่นที่ถูกทำออกมาเพื่อเป็นผู้บอกเส้นทาง หรือที่คุ้นหูกันในชื่อว่า เนวิเกเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันได้มีหลายๆ หน่วยงานที่ร่วมกันออกแบบและปรับปรุงแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ให้ใช้งานได้อย่างมีประโยชน์มากที่สุด ดังนี้</p>

<p><strong>1.Google map</strong>&nbsp;หลายๆ คนจะคุ้นเคยกับ google เป็นอย่างดีในเรื่องของการค้นหาข้อมูลที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งในส่วนของ google map เองก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทาง google ทำออกมาให้ผู้คนได้ใช้ประโยชน์ โดยแอพฯ นี้สามารถนำทางได้โดยแสดงภาพเป็นเส้นทางเดินรถบนแผนที่ ซึ่งในแผนที่จะแสดงตำแหน่งของตัวเรา เมื่อเลือกจุดหมายปลายทางแล้วระบบจะคำนวณเส้นทางที่เหมาะสมมากกว่า 1 เส้นทางให้เลือก พร้อมบอกระยะทางและเวลาที่ใช้ในการเดินทางด้วยเส้นทางนั้น อีกทั้งยังบอกลักษณะการจราจรด้วยสี เช่น เส้นทางเดินรถที่เป็นสีแดงคืออาจจจะมีการจราจรคับคั่ง และสีเขียวเป็นเส้นทางเดินรถที่ไม่ติด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>2.TVIS</strong>&nbsp;เป็นแอพฯ ที่ออกแบบโดย NECTEC ซึ่งภายในแอพฯ นี้มีส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่เป็นอย่างมากอันได้แก่ การบอกสภาพของฝนตกได้เพราะฝนตกเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถติดได้ การบอกสภาพการจราจรและเส้นทางลัดซึ่งได้จากกล้องวงจรปิด CCTV ที่ติดตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร หมายเลขด่วนที่ใช้ขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน อีกทั้งยังมีการเพิ่มข่าวสารจากสังคมออนไลน์เข้ามาด้วยเพื่อประกอบกับข้อมูลที่แสดงบนแอพฯ ดังนั้น TVIS จึงถือเป็นอีกแอพฯ หนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการหลีกเลี่ยงรถติดในกรุงเทพมหานคร</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>3.Maps.me</strong>&nbsp;เป็นอีกแอพฯ หนึ่งที่น่าสนใจมากเพราะสามารถใช้ได้แม้ในกรณีที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (ออฟไลน์) ซึ่งสามารถทำได้โดยการดาวน์โหลดแผนที่ที่ต้องการลงบนแอพฯ ก่อนใช้งานจริง อีกทั้งภายในแอพฯ ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้แผนที่มีความละเอียดคมชัดมากซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
</body>
</html>
กลับหน้าข่าวสาร